อยากเป็น “ผู้ฟังที่ดี” ต้องทำอย่างไรบ้าง?

good listener

เชื่อว่าใครหลาย ๆ คนน่าจะเคยมีปัญหากับ “การฟังไม่เป็น” เป็นคนที่ถนัดพูดมากกว่าเป็นผู้ฟัง เผลอพูดแทรก ไม่เข้าใจว่าคนพูดต้องการอะไร จนทำให้เกิดปัญหา “ฟังไม่เป็น” นาน ๆ เข้าอาจทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคนอื่นแย่ลงไปเลยก็ได้ เพราะทักษะการฟังเป็นทักษะที่สำคัญเมื่อเราต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นฟังเพื่อทำงาน อย่างการฟังเพื่อนร่วมงานระหว่างการประชุมหรือคิดงาน หรือเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันตามปกติก็ตาม

ถ้าใครอยากเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ฟังที่ดีละก็ วันนี้ Peace Please จะนำเคล็ดลับมาให้อ่านกัน ด้วย 5 วิธีง่าย ๆ นี้

1. ทำหัวให้โล่งเข้าไว้

การรับฟังใครสักคนอย่างตั้งใจและเข้าใจก็เหมือนการเรียนรู้เรื่องราวของคนอีกคน ดังนั้น ทำหัวให้โล่งเข้าไว้ เคลียร์สิ่งที่เราคิดอยู่ในหัว เพื่อให้เราได้โฟกัสกับคนพูดอย่างเต็มที่

2. ใช้ Empathy ในการฟัง

“เปิดใจฟัง ฟังอย่างตั้งใจ ฟังโดยไม่ตัดสิน” นั่นคือการฟังโดยใช้ Empathy หรือ ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น มันไม่ใช่การที่เราฟังแล้วเราคิดตามหรือคล้อยตามสิ่งที่คนพูดแล้ว แต่เรารับฟังอย่างเป็นกลาง ไม่ตัดสินว่าใครถูกใครผิดในเรื่องนี้ ยกเว้นคนพูดต้องการความคิดเห็นจึงค่อยแสดงความคิดเห็นไปตามที่เราเข้าใจ เพราะการตัดสินจะทำให้เรามองเรื่องราวที่คนพูดเล่าเปลี่ยนไป เราอาจมองคนพูดแย่ และทำให้รู้สึกแย่กับเรื่องที่เพื่อนเล่าก็ได้ ซึ่งนั่นจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ของเรากับคนพูดในอนาคตได้

3. ฟังด้วยความอยากรู้

ความอยากรู้ในที่นี้หมายถึงความกระตือรือร้นที่จะอยากฟัง ความใส่ใจในการถาม เช่น ช่วงไหนที่เพื่อนเล่าไม่เคลียร์ไม่ชัดเจนก็ถามรายละเอียดเจาะลึกเข้าไปว่าทำไม เกิดอะไรขึ้น มีรายละเอียดตรงไหนที่อยากเสริมหรือเปล่า ซึ่งการใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้จะทำให้คนพูดรู้สึกว่าคนฟังใส่ใจและต้องการรับฟังอย่างเต็มที่จริง ๆ  

4. ภาษากายก็สำคัญ 

นอกจากคำพูดที่เราใช้สื่อสารกันตามปกติจะเป็นภาษาแบบหนึ่งแล้ว ภาษากายที่เราแสดงออกก็เป็นอีกหนึ่งภาษาเช่นกัน การถอนหายใจ ไม่สบตา ไม่มองหน้าคนพูด จะทำให้คนพูดรู้สึกว่าคนฟังไม่ได้อยากฟัง แต่ถ้าเราผงกหัวตามเป็นระยะ ๆ ที่คนพูดเล่า เราสบตากับคนพูด จะทำให้คนพูดรู้สึกว่าเรากำลังตั้งใจฟังอย่างเต็มที่ที่สุด

5. พูดซ้ำและสรุปเรื่องราว

เพื่อให้เราเข้าใจเรื่องราวอย่างครบถ้วนและเป็นการรีเช็กข้อมูลต่าง ๆ ที่คนพูดเล่า การที่เราพูดประโยคของคนพูดอีกครั้ง หรือที่เรียกว่า Paraphrase ถือเป็นการให้คนพูดได้ทบทวนสิ่งที่ตัวเองเพิ่งพูดออกไป และปิดท้ายด้วยการสรุป คือเราต้องฟังคนพูดเล่าให้จบจึงสรุปสั้น ๆ ตามความเข้าใจของเราอีกที เล่าสิ่งที่เราเข้าใจให้คนพูดฟัง ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นการเช็กความถูกต้องของข้อมูลภายในตัวและเป็นการแสดงถึงความใส่ใจของคนฟัง

Peace Please หวังว่าวิธีการเป็นผู้ฟังที่ดีทั้ง 5 ข้อนี้จะช่วยเพื่อน ๆ ได้ไม่มากก็น้อย ลองไปปรับใช้กับตัวเองกันดูนะ

อ้างอิง

https://www.nytimes.com/guides

https://socialself.com/blog/better-listener